บทนำ
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับทุกอย่างและแต่งงานกับซีอีโอมหาเศรษฐี อดีตสามีของฉันแทบคลั่งเมื่อเขารู้เรื่องนี้!
บท 1
บทที่ 1 ตื่นมาผิดเวลา
แอนน์ได้สติฟื้นขึ้นมาบนเตียงผู้ป่วย แววตาแฝงไปด้วยความตื่นตระหนก
เธอไม่คิดเลยว่า หลังจากที่หมดสติไปนานขนาดนั้น เธอจะฟื้นขึ้นมาได้จริง ๆ
ภาพรถบรรทุกคันใหญ่ที่เสียหลักพุ่งตรงเข้าใส่รถของเธอกับคิณณ์ณภัทรยังติดตา เธอไม่ทันได้ยั้งคิด ร่างกายของเธอกลับขยับเข้าไปป้องป้องเขาตามสัญชาตญาณ
เพราะเธอกระโจนเข้าไปบังคิณณ์ณภัทรไว้ ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสจนหมดสติไป
ในใจของแอนน์เวลานี้ยังคงคิดถึงแต่คิณณ์ณภัทร
ตอนเกิดอุบัติเหตุ เธอใช้ร่างกายปกป้องคิณณ์ณภัทรเอาไว้ คิณณ์ณภัทรน่าจะไม่บาดเจ็บหนักมากนัก
ไม่รู้ว่าป่านนี้... เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง?
ทันใดนั้น ก็มีเสียงดังมาจากหน้าประตู
"พี่คิณณ์คะ พี่แอนน์ยังนอนไม่ได้สติอยู่ในห้องนะคะ เรื่องที่พี่พูดกับหนูวันนี้ หนูจะถือว่าไม่เคยได้ยินก็แล้วกัน" เป็นเสียงผู้หญิงที่ฟังดูเรียบเฉย
เธอพูดกับใครนะ? เธอเรียกเขาว่า... พี่คิณณ์?
แอนน์ขมวดคิ้ว คิณณ์ณภัทรของเธออย่างนั้นเหรอ? ในเมื่อเขาปลอดภัยดี แค่นี้เธอก็เบาใจแล้ว
แอนน์โล่งใจไปเปราะหนึ่ง
แต่ว่า... เขาพูดอะไรนะ?
ช่วงที่เธอนอนไม่ได้สติอยู่ เขาคอยเฝ้าอยู่ข้างเตียงนี้ตลอดเลยใช่ไหม? คอยดูแลเฝ้าไข้เธอไม่ยอมห่างไปไหนเลยใช่ไหม?
ปกติเขามีแต่คนคอยรับใช้ การที่ต้องมาดูแลเธอตลอดแบบนี้ คงลำบากเขาแย่เลย
เมื่อคิดได้ดังนั้น แอนน์ก็ยิ้มออกมาบาง ๆ
คิณณ์ณภัทรของเธอ มักจะยกให้เธอเป็นที่หนึ่งเสมอ ปกติแค่เธอมีไข้หรือปวดหัวเพียงเล็กน้อย เขาก็ร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก พอเห็นเธอนอนแน่นิ่งไม่รับรู้เรื่องราวอยู่แบบนี้ ไม่รู้จะเสียใจไปถึงขนาดไหนแล้ว
มุมปากของเธอยกขึ้น เธอไม่ได้ส่งเสียงเรียกใคร แต่เลือกที่จะนอนฟังบทสนทนาข้างนอกเงียบ ๆ
เธอนึกอยากจะทำเซอร์ไพรส์คิณณ์ณภัทรขึ้นมา
เธอหลับไปนานขนาดนี้ เขาต้องร้อนใจแทบแย่แน่ ๆ ถ้าเห็นเธอฟื้นขึ้นมา เขาจะดีใจจนทำตัวไม่ถูกเลยหรือเปล่านะ?
พวกเขาเพิ่งจะจดทะเบียนสมรสกัน ก็มาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน แผนการในอนาคตที่เคยวาดฝันกันไว้อย่างสวยหรู ยังไม่ทันได้เริ่มทำเลยสักอย่าง
แต่ตอนนี้ดีแล้ว เธอฟื้นแล้ว ร่างกายก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง พวกเราจะได้กลับมามีความสุขด้วยกันอีกครั้ง
แถมยังจะได้อยู่ด้วยกันไปอีกนานแสนนาน... นั่นคือสิ่งที่คิณณ์ณภัทรเคยบอกกับเธอไว้
แอนน์หวนนึกถึงสีหน้าของคิณณ์ณภัทรตอนพูดประโยคนั้น แล้วก็ยิ้มออกมาจางๆ อีกครั้ง
"พี่คิณณ์ พี่แอนน์นอนไม่ได้สติอยู่ที่นี่มาสองปีเต็มแล้วนะ ถึงความจำพี่จะได้ความกระทบกระเทือน แต่ทุกคนก็รู้ และทุกคนก็บอกพี่แล้วว่าพี่แอนน์คือภรรยาของพี่ คือคนที่พี่เคยรักที่สุด ต่อให้พี่จะลืมเรื่องราวระหว่างพวกพี่ไปหมดแล้ว แต่พี่ก็ไม่ควรทิ้งขว้างไม่มาเยี่ยมพี่เขาเลยตลอดสองปีนี้นะ!"
เมื่อได้ยินประโยคนั้น แอนน์ถึงกับตัวแข็งทื่อไปทันที
อะไรนะ? ความจำเสื่อมงั้นเหรอ? คิณณ์ณภัทรจำเธอไม่ได้อย่างนั้นเหรอ?
ไม่เคยมาเยี่ยมเลยสักครั้ง?
เป็นไปได้ยังไง!
แอนน์ขมวดคิ้วมุ่น เธอไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยสักนิด
"ตะเอง... ถ้าไม่ใช่เพราะตะเองขอให้มา เค้าก็ไม่มีวันมาดูดำดูดีผู้หญิงคนนี้หรอก ฟังเค้านะ แอนน์ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเค้าเลย เธอเป็นแค่ภรรยาในนาม ระหว่างเค้ากับเธอไม่มีความรู้สึกอะไรต่อกันเลยสักนิด ในใจและในสายตาของคิณณ์ณภัทรคนนี้ มีแค่ตะเองคนเดียวนะ"
แอนน์ที่ได้ยินเสียงนั้นเต็มสองหู น้ำตาก็เอ่อล้นออกมาเต็มเบ้า
เธอหลับตาลงอย่างช้า ๆ
ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลย
เขาเรียกคนอื่นว่า "ตะเอง" แถมยังพูดด้วยน้ำเสียงสนิทสนมขนาดนั้น
สองคนนี้มีความสัมพันธ์กันแบบไหน?
หรือว่า... คิณณ์ณภัทรจะนอกใจเธอ ไปมีผู้หญิงคนอื่นแล้ว?
แอนน์คิดว่าตัวเองต้องกำลังฝันร้ายแน่ ๆ ผู้ชายคนนี้ไม่มีทางเป็นคิณณ์ณภัทรของเธอ
แอนน์นอนนิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง
หลับต่อไปเถอะ พอตื่นขึ้นมา ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คิณณ์ณภัทรก็ยังเป็นคิณณ์ณภัทรคนเดิมที่รักเธอสุดหัวใจ
คนนั้น... คนที่มีความปรารถนาอันแรงกล้าในวันเกิดวัย 22 ปี อธิษฐานต่อหน้าเธอและเพื่อนฝูงว่า... เขาอยากจดทะเบียนสมรสกับแอนน์ตอนนี้เลย
ตอนนั้นคำขอที่สองของเขาคือ ตอนอายุ 26 อยากจะฉลองวันเกิดพร้อมกับลูกของเรา และคำขอที่สามคือการได้อยู่เคียงข้างกันจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร
แล้วเขาก็พาเธอไปจดทะเบียนสมรสจริง ๆ อย่างที่พูดไว้
พอเดินออกมาจากสำนักงานเขต คิณณ์ณภัทรก็โวยวายว่าจะเผาทะเบียนสมรสทิ้ง
แอนน์ต้องรีบห้ามการกระทำบ้าบิ่นของเขา
คิณณ์ณภัทรกอดเธอไว้แน่น แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "แอนน์ ในที่สุดเธอก็เป็นของฉันแล้วนะ จำไว้นะ...มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะพรากเราจากกันได้ ไม่มีคำว่าหย่าร้าง ถ้าจะให้ฉันไปจากเธอ ก็ต้องรอให้ฉันตายก่อน แต่ต่อให้ฉันตาย ฉันก็ยังไม่อยากจะจากเธอไปอยู่ดี"
ในตอนนั้น... แอนน์กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
เธอคิดว่า ชีวิตที่ผ่านมาต้องเจออุปสรรคและความทุกข์ทรมานมามากมาย สวรรค์คงตั้งใจจะชดเชยด้วยการส่งคิณณ์ณภัทรที่รักเธอมากขนาดนี้มาให้สินะ
คิณณ์ณภัทรที่รักเธอมากขนาดนั้น จะเปลี่ยนไปรักคนอื่นได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
แล้วการที่เธอไม่รักตัวกลัวตาย กระโจนเข้าไปรับเคราะห์แทนเขาในตอนนั้นมันคืออะไรกัน...เรื่องตลกอย่างนั้นเหรอ?
เรื่องตลกเหรอ?
บทสนทนาข้างนอกยังคงดำเนินต่อไป
"พี่คิณณ์คะ ขอโทษนะ ตอนนี้หนูยังรับความรู้สึกของพี่ไว้ไม่ได้จริง ๆ ถึงหนูจะชอบพี่คิณณ์คนเดียวมาตั้งแต่เด็ก แต่หนูไม่อยากให้เราคบกันแล้วพี่ต้องมาเสียใจทีหลัง รอให้พี่ความจำกลับมา จำพี่แอนน์ได้ และแน่ใจแล้วว่าพี่ไม่ได้รักพี่แอนน์แล้วจริง ๆ เราค่อยมาคบกันจริง ๆ ดีไหมคะ? ตอนนี้... อย่าให้หนูต้องเป็นนางร้ายเลยนะพี่คิณณ์"
เสียงผู้หญิงที่ฟังดูเรียบง่ายนั้น แฝงไปด้วยความเจ็บปวดและความน้อยเนื้อต่ำใจที่พยายามข่มกลั้นเอาไว้ ทำให้คนฟังอยากจะเข้าไปกอดปลอบโยน ไม่ให้เธอต้องเสียใจแม้แต่นิดเดียว
คิณณ์ณภัทรรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?
มายืนอ้อนวอนขอความรักจากผู้หญิงอื่นอย่างน่าสมเพช อยู่หน้าห้องพักฟื้นของภรรยาตัวเองแบบนี้เหรอ?
มันจะไม่ตลกร้ายไปหน่อยเหรอ?
ชาติที่แล้วเธอไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้ สวรรค์ถึงต้องลงโทษเธอขนาดนี้? ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ยอมปล่อยเธอไปสักที
แอนน์ที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนแหลกเหลว อวัยวะภายในปวดร้าวราวกับเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง
เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก
เครื่องวัดสัญญาณชีพข้างเตียงส่งเสียงร้องเตือนถี่รัว ติ๊ด ๆ ๆ ๆ
พวกหมอและพยาบาลที่อยู่ตรงทางเดินได้ยินเสียงผิดปกติ จึงรีบวิ่งกรูเข้ามา
ในภาพที่เลือนราง แอนน์เห็นหมอและพยาบาลผลักประตูเข้ามา รวมถึงคิณณ์ภัทรที่สีหน้าดูสับสนปนเปกันไปหมด และ "ตะเอง" ของเขา...
นันท์นพิน
รุ่นน้องที่เคยเดินตามหลังพวกเขาต้อย ๆ ในสมัยก่อน
แอนน์คิดในใจว่า เธอตื่นมาผิดเวลาจริง ๆ
ท่ามกลางความวุ่นวายในห้องพักฟื้น คิณณ์ณภัทรสบสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความเจ็บปวดของแอนน์ แล้วรีบเบือนหน้าหนีทันที
แพทย์เจ้าของไข้และพยาบาลตรวจร่างกายแอนน์อย่างละเอียด แล้วประกาศว่าร่างกายของเธอฟื้นตัวจนพร้อมที่จะออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว
รอสังเกตอาการอีก 48 ชั่วโมง ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ ก็ทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลได้เลย
หลังจากหมอและพยาบาลออกไปแล้ว แอนน์กวาดสายตามองหาคิณณ์ณภัทร แต่ก็ไม่พบ
เขาอาศัยช่วงที่วุ่นวายหนีไปแล้ว
หลบหน้าเธอราวกับหนีโรคระบาด
เห็นเธอเป็นตัวกาลกิณีหรือไง?
แต่เธอมีเรื่องอยากจะพูดกับเขาตั้งมากมาย
ยังมีคำถามอีกเป็นล้านที่อยากจะถามเขา
แต่นันท์นพินกลับไม่ได้หนีไปพร้อมกับเขา
หญิงสาวหุ่นดี ผมยาวเป็นลอนสวย ดวงตากลมโต ผิวขาวผ่องยืนอยู่ข้างเตียงแอนน์ท่าทางเกร็ง ๆ เหมือนทำตัวไม่ถูก
"พี่แอนน์คะ สวัสดีค่ะ หนูคือนันท์นพินนะคะ คือ... พี่คิณณ์เขายังมีธุระก่วนต้องไปจัดการค่ะ เขาไม่ได้ตั้งใจจะไม่เจอพี่นะคะ..."
แอนน์เงยหน้ามองเธอแวบหนึ่ง
สวยจริง ๆ...
พอหันมาดูสภาพโทรม ๆ ของตัวเองบนเตียงแล้ว อีกฝ่ายดูสวยเหมือนนางฟ้าเลย
.
แอนน์มีกำหนดต้องออกจากโรงพยาบาลวันพรุ่งนี้
ป้าอนัญญามาช่วยทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้ และบอกเธอว่าค่ารักษาพยาบาลที่ผ่านมาทั้งหมด คิณณ์ภัทรเป็นคนจัดการให้
แอนน์เริ่มมีความหวังเล็ก ๆ ในใจ
คิณณ์ณภัทร คงไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหรอกมั้ง
เธอกลับไปที่มหาวิทยาลัยไห่เฉิง เพื่อเรียนต่อให้จบ
เธอนอนเสียเวลาอยู่ที่โรงพยาบาลมาตั้งสองปีเต็ม เธอต้องเอาเวลาสองปีนั้นคืนมา
เอาสิ่งที่สูญเสียไปกลับคืนมาให้หมด
ทั้งการเรียน
และความรักของเธอ
เรื่องเรียน เธอจัดการได้สบายอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลอะไรมาก
แต่เรื่องคิณณ์ณภัทร...
เธอต้องทุ่มสุดตัวเพื่อดึงเขากลับมา
นันท์นพินบอกแล้วนี่นา ว่าคิณณ์ณภัทรความจำเสื่อมเพราะอุบัติเหตุ เขาแค่ลืมเธอไปชั่วคราว ลืมเรื่องราวในอดีตของพวกเขา
ลืมว่าพวกเขาเคยรักกันมากแค่ไหน เคยยอมแลกทุกอย่างเพื่อกันและกันได้
ดังนั้น ถ้าเขาจำทุกอย่างได้ เขาต้องกลับมาหาเธอแน่ ๆ
คนอย่างแอนน์ไม่ใช่คนที่จะทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ การยอมแพ้กลางคันไม่ใช่คติประจำใจของเธอ
เธอจะยอมแพ้เรื่องเขาไม่ได้เด็ดขาด
ถ้าเกิดวันหนึ่งเขาจำทุกอย่างได้ แล้วกลับมาหาเธอ แต่พบว่าเธอจากไปแล้ว คิณณ์ณภัทรของเธอจะเสียใจแค่ไหน?
เหมือนกับที่เธอหมดสติไปสองปี พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าคนรักปานจะกลืนกินได้ลืมเธอไปจนหมดสิ้น
ความเจ็บปวดแบบนั้น ให้เธอแบกรับไว้คนเดียวก็พอ
คิณณ์ณภัทรของเธอ ต้องมีชีวิตที่สดใสเท่านั้น
เธอไปรอเขาที่หน้าห้องเรียนทุกวัน
ทุกเช้า เธอจะหิ้วมื้อเช้าไปยืนรอใต้หอพักของคิณณ์ณภัทร
เธอยิ้มและเรียกเขา "คิณณ์ณภัทร"
คิณณ์ณภัทรมองเธอด้วยสายตารังเกียจอย่างไม่ปิดบังทุกครั้งที่เจอ
"แอนน์ เธอจะเอายังไงกันแน่?"
"คิณณ์ณภัทร นายกินมื้อเช้าก่อนสิ แล้วฉันจะไป"
"เอามื้อเช้าของเธอ แล้วไสหัวไปซะ"
......
แอนน์ยิ้มมองเขา ทั้งที่หัวใจปวดร้าวเจียนตาย
แต่พอคิณณ์ณภัทรเห็นนันท์นพินที่ข้างล่าง สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นคนละคนทันที
เขายิ้มร่าเข้าไปหา "ตะเอง อากาศหนาวขนาดนี้ ทำไมไม่รอให้เค้าไปรับล่ะ?"
นันท์นพินมองแอนน์ที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างกระอักกระอ่วน
"พี่แอนน์ก็อยู่ด้วยเหรอคะ พี่คิณณ์ งั้นถ้าพี่แอนน์มีธุระกับพี่ หนูมาวันหลังดีกว่า"
นันท์นพินหันหลังเดินจากไป
คิณณ์ณภัทรตะโกนเรียกตามหลังอย่างร้อนรน "ตะเอง..."
แต่นันท์นพินขายาว ก้าวฉับ ๆ วิ่งเหยาะ ๆ หายลับไปอย่างรวดเร็ว
คิณณ์ณภัทรหันขวับกลับมา จ้องแอนน์ตาเขียวปัดราวกับจะพ่นไฟ
"แอนน์ เธอตั้งใจใช่ไหม? เธอจงใจจะทำลายความสัมพันธ์ของฉันกับนันท์ใช่ไหม? บอกไว้ก่อนนะ ถึงเราจะจดทะเบียนกันแล้ว แต่เธอก็เป็นแค่ภรรยาในนาม ใครจะไปรู้ว่าเมื่อสองปีก่อนเธอใช้วิธีสกปรกอะไรมาหลอกให้ฉันจดทะเบียนด้วย ฉันขอเตือนให้เธอเจียมตัวหน่อย รีบเซ็นใบหย่าซะ แล้วฉันจะไม่เอาความเรื่องที่ผ่านมา"
บทล่าสุด
#80 บทที่ 80 เปิดเผยตัวตน
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#79 บทที่ 79 คาดเดา
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#78 บทที่ 78 โคฟิโล่
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#77 บทที่ 77 ศัลยกรรม
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#76 บทที่ 76 ขอความจริง
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#75 บทที่ 75 ผิดสัญญา
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#74 บทที่ 74 คุณพัชรินทร์
อัปเดตล่าสุด: 4/23/2026#73 บทที่ 73 มอร์นิงคิส
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#72 บทที่ 72 จินนี่ไนน์
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026#71 บทที่ 71 ปริศนาชาติกำเนิด
อัปเดตล่าสุด: 4/22/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













